Business

ZOOM ผู้ชนะในธีมปิดเมืองรายแรก…ที่ปรับตัวจาก New Normal กลับมาเป็น Old Normal ได้สำเร็จ?

โดย สวภพ ยนต์ศรี AFPT™ Senior Wealth Manager บลจ.ทิสโก้

ตั้งแต่ในปี 2021 เป็นต้นมา หลังจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัส COVID-19 เริ่มคลี่คลายลง การผ่อนคลายมาตรการ Lockdown ได้ทำให้ราคาหุ้นของบรรดาบริษัทที่ได้รับประโยชน์จากสถานการณ์ Lockdown ที่เกิดขึ้นในปี 2020

ปรับตัวลดลงอย่างรุนแรง ถึงแม้ว่าหลายๆ บริษัทจะยังมีอัตราการเติบโตของรายได้และกำไรอย่างต่อเนื่อง แต่ด้วยการเติบโตที่ผิดไปจากเหตุการณ์ปกติในปี 2020 ส่งผลให้การเติบโตของรายได้และกำไร

รวมถึงจำนวนผู้ใช้งานในหลายๆ บริษัท มีฐานการคำนวณที่สูงและคงเป็นไปได้ยากมากๆ ที่อัตราการเติบโตจะเท่ากันหรือใกล้เคียงกับในปี 2020 ทำให้หลังการประกาศผลการดำเนินงานของบริษัทเหล่านั้นออกมา ราคาหุ้นมักจะปรับตัวลดลงแรง

จากตัวเลขการเติบโตที่สร้างความผิดหวังให้กับนักลงทุน ซึ่งบรรดาบริษัทผู้ชนะในธีมปิดเมืองในปี 2020 อาทิ Netflix ผู้ให้บริการ Streaming ที่หลังจากรายได้และจำนวนผู้ใช้งานในปี 2020 เติบโตได้อย่างก้าวกระโดด

แต่ในปัจจุบันไตรมาสแรกของปี 2022

จำนวนผู้ใช้งานกลับไม่สามารถเติบโตและปรับลดลงเป็นครั้งแรกในรอบกว่า 10 ปี หรืออีกหนึ่งตัวอย่างคือบริษัท Teladoc ที่ได้รับประโยชน์อย่างมหาศาลจากการพบแพทย์ออนไลน์

ซึ่งเป็นบริการของบริษัทในช่วงเกิดการ Lockdown ในปี 2020 ถึงแม้หลังจากนั้นรายได้ของบริษัทจะยังสามารถเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง แต่ก็มักสร้างความผิดหวังให้กับนักลงทุน เนื่องจากอัตราการเติบโตไม่ได้ร้อนแรงหรือก้าวกระโดดเหมือนเช่นเดิมอีก ซึ่งราคาหุ้นของทั้ง 2 บริษัทก็ปรับตัวลดลงมาแรงในวันที่มีการประกาศผลการดำเนินงานในไตรมาสล่าสุด (Netflix -25%, Teladoc -40%)

 

แต่แล้วสิ่งที่สร้างความประหลาดใจให้กับนักลงทุนก็ได้เกิดขึ้น เมื่อหนึ่งในบริษัทที่ถือเป็นผู้ชนะในธีมปิดเมืองเมื่อปี 2020 อย่าง ZOOM ที่หลังจากประกาศผลการดำเนินงานราคาหุ้นกลับยังสามารถปรับตัวเพิ่มขึ้นได้ โดยเฉพาะในวันที่ตลาดรับรู้ข่าวการประกาศผลการดำเนินงาน (วันที่ 24 พฤษภาคม 2022) เป็นวันที่หุ้นในกลุ่มเทคโนโลยีปรับตัวลดลงแทบทั้งหมด โดยดัชนี Nasdaq ปรับตัวลดลงถึง 2.5% แต่หุ้น ZOOM กลับสามารถปรับตัวเพิ่มขึ้นได้ถึง +5.6%

สำหรับผลการดำเนินงานของ ZOOM ที่ออกมานั้น กำไรต่อหุ้นอยู่ที่ 1.03 ดอลลาร์สหรัฐฯ

ZOOM ผู้ชนะในธีมปิดเมืองรายแรก…ที่ปรับตัวจาก New Normal

ต่อหุ้น ดีกว่าที่ตลาดคาดที่ 0.87 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อหุ้น และมีรายได้อยู่ที่ 1.07 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ แม้อัตราการเติบโตจะอยู่ที่แค่ระดับ 12% ต่างจากในช่วงการ Lockdown ที่อัตราการเติบโตของรายได้สูงถึงระดับ “Triple-digit” ได้ถึง 5 ไตรมาสติดต่อกัน

แต่สาเหตุที่ราคาหุ้นของ ZOOM ยังสามารถปรับตัวเพิ่มขึ้นได้ นอกจากกำไรต่อหุ้นที่ออกมาดีกว่าที่คาดแล้วนั้น อีกเหตุผลหนึ่ง คือการคาดการณ์ผลการดำเนินงานของบริษัทในช่วงที่เหลือของปีนี้นั้นออกมาดีว่าที่ตลาดคาดเช่นกัน

โดยในไตรมาสถัดไปบริษัทคาดว่ารายได้จะอยู่ที่ราว 1.115 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ถึง 1.12 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เติบโตอย่างน้อย 9.2% ในขณะที่ตลาดคาดว่ารายได้ของ ZOOM จะเติบโตได้แค่ 8.7% ในขณะที่กำไรต่อหุ้นในไตรมาสถัดไปบริษัทคาดว่าจะอยู่ที่ราว 90 cents ถึง 92 cents ต่อหุ้น

 

ในขณะที่ตลาดคากว่าจะอยู่ที่ราว 87 cents ต่อหุ้นเท่านั้น ส่วนรายได้ทั้งปี 2022 นั้นบริษัทคาดว่าจะอยู่ที่ราว 4.53 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ถึง 4.55 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งใกล้เคียงกับที่ตลาดคาด ส่วนกำไรต่อหุ้นบริษัทคาดว่าจะอยู่ที่ 3.70 – 3.77 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อหุ้น ในขณะที่ตลาดคาดเพียง 3.53 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อหุ้นเท่านั้น

โดยสาเหตุที่ผลการดำเนินงานของบริษัทยังน่าจะออกมาดี คือตัวเลขฐานลูกค้าสำคัญของ ZOOM ซึ่งคือลูกค้าที่เป็นบริษัทหรือนิติบุคคลนั้นยังสามารถเติบโตได้ โดยจำนวนลูกค้าที่เป็นบริษัทเพิ่มขึ้นถึง 18% ในไตรมาสล่าสุด

และรายได้จากลูกค้าในกลุ่มนี้ยังเติบโตได้ถึง 31% ซึ่งบริษัทได้ออกมาเปิดเผยว่ากำลังมุ่งเน้นพัฒนาโปรดักส์และบริการที่ตอบโจทย์การทำงานที่เหมาะกับรูปแบบ Hybrid Workplace ที่กำลังเป็นที่นิยมในปัจจุบัน

อย่างไรก็ดี ความท้าทายสำคัญของ ZOOM คือลูกค้าที่เป็นบุคคลที่มีการสมัครและยกเลิกการเป็นสมาชิกผ่านช่องทางออนไลน์ได้ง่ายนั้น จำนวนผู้ใช้งานและรายได้ที่ได้จากลูกค้ากลุ่มนี้ลดลงในไตรมาสล่าสุด ซึ่งคงเป็นเรื่องยากที่ ZOOM จะดึงลูกค้ากลุ่มนี้กลับมาเป็นสมาชิกและเสียค่าบริการเหมือนในช่วงปี 2020 ได้อีก

ดังนั้น การที่ ZOOM มุ่งเป้าไปที่ลูกค้าบริษัทที่มีความต้องการใช้งานบริการของบริษัทในรูปแบบ Hybrid Workplace น่าจะเป็นกลยุทธ์ที่ถูกต้อง แต่จะเห็นได้ว่าสาเหตุที่ราคาหุ้นของ ZOOM ยังปรับตัวเพิ่มขึ้นหลังการประกาศผลการดำเนินงานนั้น

การปรับตัวและกลยุทธ์ของบริษัทอาจจะไม่ใช่สาเหตุหลักมากนัก แต่เป็นเหตุผลจากการคาดการณ์ตัวเลขรายได้และกำไรที่มากกว่าที่นักวิเคราะห์ในตลาดได้คาดการณ์ ซึ่งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับ ZOOM นั้นยังไม่ได้เกิดขึ้นกับหลายๆ บริษัทที่เป็นผู้ชนะในธีมปิดเมือง

คือการที่ตลาดหรือนักวิเคราะห์กลับมาประเมินการเติบโตรายได้ของบริษัทเหล่านั้นตามความเป็นจริง และเลิกความคาดหวังว่าจะเกิด New Normal ที่บริษัทเหล่านั้นจะยังได้รับประโยชน์คล้ายกับในปี 2020 อีก

โดยหากตลาดคาดหวังแต่ให้เพียงแค่บริษัทต่างๆ ที่เคยเป็นผู้ชนะในธีมปิดเมืองยังสามารถปรับตัวเป็นผู้อยู่รอดได้ในรูปแบบการใช้ชีวิตแบบเดิมหรือ Old Normal ได้ เพียงเท่านี้โอกาสที่เราจะเห็นราคาหุ้นของบริษัทต่างๆ เริ่มผันผวนลดลงหรือกลับมาปรับตัวเพิ่มขึ้นหลังจากนี้ก็มีความเป็นไปได้

ขอบคุณแหล่งที่มา : businesstoday.co


ติดตามข่าวสารได้ที่ codecraftersinc.com